รายได้
เริ่มจากเงินได้แต่ละแหล่งและตรวจว่าจัดอยู่ในประเภทใด ไม่ควรรวมทุกอย่างเป็นก้อนเดียวโดยไม่ดูที่มา
รวบรวมแนวคิดที่จำเป็นสำหรับอ่านผลคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา โดยแยกเป็นบทสั้น ๆ พร้อมภาพอธิบาย ประเภทเงินได้ ขั้นภาษี และแหล่งข้อมูลทางการ
เริ่มจากเงินได้แต่ละแหล่งและตรวจว่าจัดอยู่ในประเภทใด ไม่ควรรวมทุกอย่างเป็นก้อนเดียวโดยไม่ดูที่มา
เป็นส่วนที่หักตามลักษณะของเงินได้แต่ละประเภท วิธีและเพดานอาจไม่เหมือนกัน
เป็นสิทธิอีกชั้นหนึ่ง เช่น ส่วนตัว ครอบครัว ประกัน การออม หรือรายการอื่นที่เข้าเงื่อนไข
กด “อ่านต่อ” เพื่อเปิดคำอธิบายเพิ่มเติม โดยไม่ทำให้หน้าหลักยาวเกินจำเป็น
ภาพรวมทั่วไปเริ่มจากรายได้พึงประเมิน หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ แล้วหักค่าลดหย่อน จึงได้เงินได้สุทธิสำหรับคำนวณภาษี
คนสองคนที่มีรายได้รวมเท่ากันจึงอาจมีภาษีไม่เท่ากัน เพราะประเภทเงินได้ วิธีหักค่าใช้จ่าย สิทธิส่วนบุคคล และภาษีที่ถูกหักไว้ระหว่างปีอาจต่างกัน การดูเพียงรายได้รวมจึงยังไม่เพียงพอสำหรับประเมินภาษีทั้งปี
ค่าใช้จ่ายสัมพันธ์กับลักษณะของเงินได้ ส่วนค่าลดหย่อนสัมพันธ์กับสิทธิและสถานะของผู้มีเงินได้
ตัวอย่างเช่น เงินเดือนมีหลักเกณฑ์หักค่าใช้จ่ายของเงินได้ประเภทนั้น ขณะที่ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร ประกัน หรือกองทุนเป็นอีกชั้นหนึ่งของการคำนวณ การแยกสองส่วนนี้ช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าตัวเลขลดลงเพราะอะไร
การแตะอัตราภาษีที่สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าเงินได้สุทธิทั้งหมดถูกคิดด้วยอัตรานั้น
เงินได้สุทธิจะถูกแบ่งตามช่วงที่กฎหมายกำหนด แต่ละช่วงใช้อัตราของตัวเอง แล้วจึงนำภาษีของทุกช่วงมารวมกัน อัตราขั้นสูงสุดที่แตะจึงต่างจากอัตราภาษีเฉลี่ยที่เกิดขึ้นจริงทั้งก้อน
เงินที่ถูกหักไว้ระหว่างปีเป็นเครดิตภาษีที่นำมาเปรียบเทียบกับภาษีที่คำนวณจากข้อมูลทั้งปี
เมื่อคำนวณภาษีทั้งปีแล้ว หากภาษีที่คำนวณได้มากกว่ายอดที่ถูกหักไว้ อาจมีภาษีต้องชำระเพิ่ม หากถูกหักไว้มากกว่าก็อาจมีสิทธิขอคืน ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อมูลและเงื่อนไขจริงของแต่ละคน
หลายสิทธิมีทั้งเงื่อนไขคุณสมบัติ ยอดที่จ่ายจริง ระยะเวลา หรือวงเงินร่วมกับรายการอื่น
ก่อนนำยอดใดมาใช้ควรตรวจว่าเข้าเงื่อนไขของปีภาษีนั้นหรือไม่ มีหลักฐานหรือไม่ และต้องนับรวมกับสิทธิอื่นภายใต้เพดานเดียวกันหรือไม่ การกรอกเพดานสูงสุดโดยไม่ตรวจสิทธิอาจทำให้ผลคำนวณคลาดเคลื่อน
เงินเดือน งานรับจ้าง ค่าเช่า วิชาชีพ ธุรกิจ หรือรายได้จากทรัพย์สินอาจอยู่คนละประเภทเงินได้
การแยกแต่ละแหล่งช่วยให้ตรวจวิธีหักค่าใช้จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารประกอบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว
อย่าดูเพียงยอดภาษีสุดท้าย ควรย้อนดูรายได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน เงินได้สุทธิ และภาษีแต่ละขั้น
หากตัวเลขผิดตั้งแต่ต้นทาง ผลลัพธ์สุดท้ายก็ผิดตาม การตรวจเส้นทางคำนวณจึงช่วยจับความผิดปกติ เช่น รายได้ตกหล่น ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกินจริง หรือค่าลดหย่อนที่ถูกนับซ้ำ
โดยทั่วไปภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปีนำข้อมูลของปีภาษีนั้นมาคำนวณและยื่นในปีถัดไปตามกำหนดของกรมสรรพากร
ระหว่างปีอาจมีหน้าที่หรือแบบบางประเภทเพิ่มเติม เช่น ภ.ง.ด.94 สำหรับผู้มีเงินได้บางประเภทตามมาตรา 40(5)–(8) จึงควรดูว่ารายได้ของตนเข้ากรณีใดและติดตามแบบของปีภาษีปัจจุบันจากกรมสรรพากร
รายการด้านล่างเป็นคำอธิบายภาพรวมเพื่อช่วยเลือกหมวดในเครื่องคำนวณ ไม่ได้แทนการวินิจฉัยทางกฎหมายในกรณีที่ซับซ้อน
รายได้จากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส และประโยชน์จากการจ้าง
ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า หรือค่าตอบแทนจากการรับทำงานบางลักษณะ
เงินได้จากสิทธิ ลิขสิทธิ์ หรือเงินปีบางประเภท
ดอกเบี้ย เงินปันผล และเงินได้จากเงินลงทุนบางประเภท
ค่าเช่าบ้าน อาคาร ที่ดิน ยานพาหนะ หรือทรัพย์สินอื่น
เงินได้จากวิชาชีพอิสระที่กฎหมายกำหนด
การรับเหมาที่ผู้รับเหมาจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญ
ธุรกิจ การค้า เกษตร อุตสาหกรรม ขนส่ง และเงินได้อื่นที่เข้าเกณฑ์
แต่ละแถวแสดงช่วงเงินได้สุทธิและอัตราที่ใช้กับเงินเฉพาะส่วนซึ่งอยู่ในช่วงนั้น
MemoTax ใช้หลักเกณฑ์นี้กับกลุ่มรายได้ที่ระบบกำหนดให้คำนวณอัตโนมัติ
นำมาใช้ในแบบจำลองตามหลักเกณฑ์ที่ตั้งไว้สำหรับปีภาษี 2569
สิทธิเพิ่มเติมและเงื่อนไขของบุตรควรตรวจสอบกับหลักเกณฑ์ทางการก่อนใช้จริง
ตัวเลขนี้เป็นเพียงภาพอธิบายหลักการ ไม่ใช่ตัวอย่างสิทธิหรือคำแนะนำสำหรับผู้เสียภาษีรายใดรายหนึ่ง
เทียบกับเอกสารรับเงิน รายการเดินบัญชี หรือข้อมูลจากผู้จ่ายเงินให้ครบ
ใช้ยอดจากหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช้ยอดประมาณการหากมีเอกสารจริง
ดูทั้งคุณสมบัติ ยอดที่จ่ายจริง เพดาน และเงื่อนไขร่วมของปีภาษีนั้น
ผู้มีเงินได้บางประเภทอาจมีหน้าที่ต่างกัน เช่น ภ.ง.ด.94 สำหรับเงินได้บางกลุ่มตามมาตรา 40(5)–(8)
หลักเกณฑ์ภาษีอาจมีรายละเอียดและมาตรการเฉพาะปี จึงควรตรวจข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรก่อนยื่นแบบจริง