MemoTaxโดย MemoLab
ปีภาษี 2569
ความรู้ภาษีแบบอ่านเข้าใจง่าย

เข้าใจหลักก่อน
แล้วค่อยดูตัวเลข

รวบรวมแนวคิดที่จำเป็นสำหรับอ่านผลคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา โดยแยกเป็นบทสั้น ๆ พร้อมภาพอธิบาย ประเภทเงินได้ ขั้นภาษี และแหล่งข้อมูลทางการ

รายได้ทั้งหมด
ค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้
ค่าลดหย่อนตามสิทธิ
เงินได้สุทธินำไปคำนวณภาษี
พื้นฐานที่ควรจำ

สามคำที่ช่วยให้แยกเรื่องภาษีออกจากกัน

01

รายได้

เริ่มจากเงินได้แต่ละแหล่งและตรวจว่าจัดอยู่ในประเภทใด ไม่ควรรวมทุกอย่างเป็นก้อนเดียวโดยไม่ดูที่มา

02

ค่าใช้จ่าย

เป็นส่วนที่หักตามลักษณะของเงินได้แต่ละประเภท วิธีและเพดานอาจไม่เหมือนกัน

03

ค่าลดหย่อน

เป็นสิทธิอีกชั้นหนึ่ง เช่น ส่วนตัว ครอบครัว ประกัน การออม หรือรายการอื่นที่เข้าเงื่อนไข

บทความสำคัญ

8 เรื่องที่ควรรู้ก่อนอ่านผลคำนวณ

กด “อ่านต่อ” เพื่อเปิดคำอธิบายเพิ่มเติม โดยไม่ทำให้หน้าหลักยาวเกินจำเป็น

01

ภาษีไม่ได้คิดจากรายได้ทั้งหมดตรง ๆ

ภาพรวมทั่วไปเริ่มจากรายได้พึงประเมิน หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ แล้วหักค่าลดหย่อน จึงได้เงินได้สุทธิสำหรับคำนวณภาษี

อ่านต่อ

คนสองคนที่มีรายได้รวมเท่ากันจึงอาจมีภาษีไม่เท่ากัน เพราะประเภทเงินได้ วิธีหักค่าใช้จ่าย สิทธิส่วนบุคคล และภาษีที่ถูกหักไว้ระหว่างปีอาจต่างกัน การดูเพียงรายได้รวมจึงยังไม่เพียงพอสำหรับประเมินภาษีทั้งปี

02

ค่าใช้จ่ายกับค่าลดหย่อนทำหน้าที่คนละอย่าง

ค่าใช้จ่ายสัมพันธ์กับลักษณะของเงินได้ ส่วนค่าลดหย่อนสัมพันธ์กับสิทธิและสถานะของผู้มีเงินได้

อ่านต่อ

ตัวอย่างเช่น เงินเดือนมีหลักเกณฑ์หักค่าใช้จ่ายของเงินได้ประเภทนั้น ขณะที่ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร ประกัน หรือกองทุนเป็นอีกชั้นหนึ่งของการคำนวณ การแยกสองส่วนนี้ช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าตัวเลขลดลงเพราะอะไร

03

อัตราภาษีแบบขั้นบันไดคิดเฉพาะเงินในแต่ละช่วง

การแตะอัตราภาษีที่สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าเงินได้สุทธิทั้งหมดถูกคิดด้วยอัตรานั้น

อ่านต่อ

เงินได้สุทธิจะถูกแบ่งตามช่วงที่กฎหมายกำหนด แต่ละช่วงใช้อัตราของตัวเอง แล้วจึงนำภาษีของทุกช่วงมารวมกัน อัตราขั้นสูงสุดที่แตะจึงต่างจากอัตราภาษีเฉลี่ยที่เกิดขึ้นจริงทั้งก้อน

04

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ใช่ภาษีสุดท้ายเสมอไป

เงินที่ถูกหักไว้ระหว่างปีเป็นเครดิตภาษีที่นำมาเปรียบเทียบกับภาษีที่คำนวณจากข้อมูลทั้งปี

อ่านต่อ

เมื่อคำนวณภาษีทั้งปีแล้ว หากภาษีที่คำนวณได้มากกว่ายอดที่ถูกหักไว้ อาจมีภาษีต้องชำระเพิ่ม หากถูกหักไว้มากกว่าก็อาจมีสิทธิขอคืน ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อมูลและเงื่อนไขจริงของแต่ละคน

05

ค่าลดหย่อนไม่ได้แปลว่าทุกคนใช้ได้เต็มเพดาน

หลายสิทธิมีทั้งเงื่อนไขคุณสมบัติ ยอดที่จ่ายจริง ระยะเวลา หรือวงเงินร่วมกับรายการอื่น

อ่านต่อ

ก่อนนำยอดใดมาใช้ควรตรวจว่าเข้าเงื่อนไขของปีภาษีนั้นหรือไม่ มีหลักฐานหรือไม่ และต้องนับรวมกับสิทธิอื่นภายใต้เพดานเดียวกันหรือไม่ การกรอกเพดานสูงสุดโดยไม่ตรวจสิทธิอาจทำให้ผลคำนวณคลาดเคลื่อน

06

รายได้หลายช่องทางควรแยกก่อนรวม

เงินเดือน งานรับจ้าง ค่าเช่า วิชาชีพ ธุรกิจ หรือรายได้จากทรัพย์สินอาจอยู่คนละประเภทเงินได้

อ่านต่อ

การแยกแต่ละแหล่งช่วยให้ตรวจวิธีหักค่าใช้จ่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารประกอบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว

07

ผลคำนวณที่ดีควรอธิบายย้อนกลับได้

อย่าดูเพียงยอดภาษีสุดท้าย ควรย้อนดูรายได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน เงินได้สุทธิ และภาษีแต่ละขั้น

อ่านต่อ

หากตัวเลขผิดตั้งแต่ต้นทาง ผลลัพธ์สุดท้ายก็ผิดตาม การตรวจเส้นทางคำนวณจึงช่วยจับความผิดปกติ เช่น รายได้ตกหล่น ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกินจริง หรือค่าลดหย่อนที่ถูกนับซ้ำ

08

ปีภาษีกับปีที่ยื่นแบบเป็นคนละช่วงเวลา

โดยทั่วไปภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปีนำข้อมูลของปีภาษีนั้นมาคำนวณและยื่นในปีถัดไปตามกำหนดของกรมสรรพากร

อ่านต่อ

ระหว่างปีอาจมีหน้าที่หรือแบบบางประเภทเพิ่มเติม เช่น ภ.ง.ด.94 สำหรับผู้มีเงินได้บางประเภทตามมาตรา 40(5)–(8) จึงควรดูว่ารายได้ของตนเข้ากรณีใดและติดตามแบบของปีภาษีปัจจุบันจากกรมสรรพากร

ประเภทเงินได้

มาตรา 40 แบ่งเงินได้ออกเป็นหลายกลุ่ม

รายการด้านล่างเป็นคำอธิบายภาพรวมเพื่อช่วยเลือกหมวดในเครื่องคำนวณ ไม่ได้แทนการวินิจฉัยทางกฎหมายในกรณีที่ซับซ้อน

40(1)
เงินเดือนและค่าจ้าง

รายได้จากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส และประโยชน์จากการจ้าง

40(2)
ค่าจ้างทำงานและบริการ

ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า หรือค่าตอบแทนจากการรับทำงานบางลักษณะ

40(3)
สิทธิและทรัพย์สินทางปัญญา

เงินได้จากสิทธิ ลิขสิทธิ์ หรือเงินปีบางประเภท

40(4)
ดอกเบี้ยและเงินลงทุน

ดอกเบี้ย เงินปันผล และเงินได้จากเงินลงทุนบางประเภท

40(5)
ค่าเช่าทรัพย์สิน

ค่าเช่าบ้าน อาคาร ที่ดิน ยานพาหนะ หรือทรัพย์สินอื่น

40(6)
วิชาชีพอิสระ

เงินได้จากวิชาชีพอิสระที่กฎหมายกำหนด

40(7)
รับเหมา

การรับเหมาที่ผู้รับเหมาจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญ

40(8)
ธุรกิจและเงินได้อื่น

ธุรกิจ การค้า เกษตร อุตสาหกรรม ขนส่ง และเงินได้อื่นที่เข้าเกณฑ์

หลักเกณฑ์ที่ MemoTax ใช้

อัตราภาษีแบบขั้นบันได ปีภาษี 2569

แต่ละแถวแสดงช่วงเงินได้สุทธิและอัตราที่ใช้กับเงินเฉพาะส่วนซึ่งอยู่ในช่วงนั้น

ช่วงเงินได้สุทธิอัตราภาษี
0 – 150,000 บาท0%
150,001 – 300,000 บาท5%
300,001 – 500,000 บาท10%
500,001 – 750,000 บาท15%
750,001 – 1,000,000 บาท20%
1,000,001 – 2,000,000 บาท25%
2,000,001 – 5,000,000 บาท30%
มากกว่า 5,000,000 บาท35%
ค่าใช้จ่ายเงินเดือน/ค่าจ้างที่ระบบรองรับ50% สูงสุด ฿100,000

MemoTax ใช้หลักเกณฑ์นี้กับกลุ่มรายได้ที่ระบบกำหนดให้คำนวณอัตโนมัติ

ค่าลดหย่อนส่วนตัว฿60,000

นำมาใช้ในแบบจำลองตามหลักเกณฑ์ที่ตั้งไว้สำหรับปีภาษี 2569

ค่าลดหย่อนบุตรพื้นฐาน฿30,000 / คน

สิทธิเพิ่มเติมและเงื่อนไขของบุตรควรตรวจสอบกับหลักเกณฑ์ทางการก่อนใช้จริง

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

คิดเหมือนยอดที่จ่ายไว้ล่วงหน้าระหว่างปี

75%ตัวอย่างยอดที่ถูกหักไว้
ภาษีที่คำนวณได้ทั้งปี฿40,000
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสะสม− ฿30,000
ตัวอย่างยอดที่เหลือ฿10,000

ตัวเลขนี้เป็นเพียงภาพอธิบายหลักการ ไม่ใช่ตัวอย่างสิทธิหรือคำแนะนำสำหรับผู้เสียภาษีรายใดรายหนึ่ง

การยื่นแบบและการตรวจเอกสาร

ก่อนยื่นจริง ควรเชื่อมผลคำนวณกลับไปหาเอกสารต้นทาง

1ตรวจรายได้ทุกแหล่ง

เทียบกับเอกสารรับเงิน รายการเดินบัญชี หรือข้อมูลจากผู้จ่ายเงินให้ครบ

2ตรวจภาษีที่ถูกหักไว้

ใช้ยอดจากหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช้ยอดประมาณการหากมีเอกสารจริง

3ตรวจสิทธิลดหย่อน

ดูทั้งคุณสมบัติ ยอดที่จ่ายจริง เพดาน และเงื่อนไขร่วมของปีภาษีนั้น

4เลือกแบบให้ตรงกรณี

ผู้มีเงินได้บางประเภทอาจมีหน้าที่ต่างกัน เช่น ภ.ง.ด.94 สำหรับเงินได้บางกลุ่มตามมาตรา 40(5)–(8)

อ่านจากแหล่งทางการ

แหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบต่อ

หลักเกณฑ์ภาษีอาจมีรายละเอียดและมาตรการเฉพาะปี จึงควรตรวจข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรก่อนยื่นแบบจริง

อ่านพื้นฐานแล้ว ลองดูข้อมูลของคุณจริง

เปิดเครื่องคำนวณและตรวจตัวเลขทีละขั้น

ไปหน้าคำนวณ